

story 6

Scroll
砂金採掘が地域に浸透し、金鉱山開発が進むにつれ、金の産地として知られる山々は聖地として人々の暮らしに安定をもたらしました。人と「金」との繋がりから生まれた文化は、集落や海へと広がり、恵み、祈り、そして活力、情熱の象徴として、世代を超えて受け継がれてきました。金採掘に使われた道具は集落の生活に溶け込み、山の神々を祀る太鼓や作業中に歌われる歌は、海事文化と融合し、独自の芸能として花開き、港町を豊かに彩りました。
私たちは、みちのくの山、川、里、海といった風土や景観に深く根ざした「金」を「みちのくGOLD」と名付け、その価値と魅力を掘り起こし始めました。文化、信仰、産業、暮らしのあらゆる側面に秘められた「みちのくGOLD」を発見することは、マルコ・ポーロが「黄金の国チパン」と呼んだ理想郷、輝かしく美しいロマンに溢れた地そのものなのです。

ภูเขาโนโนะดาเกะที่ได้รับการประเมินว่าเป็น “ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครองจากพระพุทธเจ้า” จากการผลิตทองคำขึ้นมาได้เป็นที่แรกในญี่ปุ่นนั้น เมื่อมาถึงสมัยเฮอันก็ได้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความศรัทธาต่อภูเขาและตระหนักรับรู้กันว่าเป็น “แดนศักดิ์สิทธิ์ที่นำความสงบเรียบร้อยมาสู่มิจิโนกุ” ส่วน “วัดคอนโปจิ” ซึ่งเป็นวัดบนภูเขานั้น แม้จะมาถึงปัจจุบันซึ่งเวลาผ่านมานับ 1,250 ปีจากการก่อตั้ง ก็ยังคงปกป้องคุ้มครองยอดเขาซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ “ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต” เรื่อยมา และกลายมาเป็นสถานที่สำคัญของความเชื่อความศรัทธาในท้องถิ่น วัดคอนโปจิถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการยกระดับไปสู่การเป็นเป้าหมายแห่งความเชื่อความศรัทธาที่ปรารถนาให้เกิดความมั่นคงในท้องถิ่น ในระหว่างที่ภูเขามีชื่อเสียงขจรกระจายจากการผลิตทองและได้กลายมาเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ในที่สุด
Locationตำบลวาคุยะ

เป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ในการร่อนทองที่แม่น้ำและแยกทองออกจากหินแร่ การร่อนทองที่ทำกันมาตั้งแต่โบราณได้ฝังรากลึกเป็นงานเลี้ยงชีพที่สนับสนุนการใช้ชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นผ่านระบบตราอนุญาตในช่วงสมัยใหม่ อีกทั้ง ในส่วนของเหมืองทองที่ขุดหินแร่ขึ้นมา แม้ว่าจะสิ้นสุดการทำงานส่วนนั้นลงก็ยังเป็นที่ยอมรับกันในหมู่บ้านว่าเป็นธุรกิจการขุดทองส่วนบุคคล ทำให้ธุรกิจการขุดทองยังทำสืบเนื่องกันมาจนถึงช่วงสมัยใหม่ เป็นชุดอุปกรณ์ที่เปรียบดังลมหายใจและชีวิตของผู้คนที่นี่
Locationเมืองริคุเซ็นทาคาตะ

ชุดอุปกรณ์สำหรับร่อนทองในภูเขาโนโนะดาเกะ การร่อนทองที่ทำกันมาตั้งแต่โบราณได้ฝังรากลึกเป็นงานเลี้ยงชีพที่สนับสนุนการใช้ชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นผ่านระบบตราอนุญาตในช่วงสมัยใหม่ แม้แต่ในตำบลวาคุยะ ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตทองแห่งแรกในญี่ปุ่น ก็ยังมีการร่อนทองในช่วงนอกฤดูทำการเกษตรมาจนถึงยุคสมัยใหม่ เป็นชุดอุปกรณ์ที่เปรียบดังลมหายใจและชีวิตของผู้คนที่นี่
Locationตำบลวาคุยะ

เป็นสวนของตระกูลอายุไค ตระกูลชั้นสูงแห่งแคว้นเซ็นไดที่มีฐานที่มั่นอยู่ที่เคเซ็นนุมะในสมัยเอโดะ โม่หินสำหรับเหมืองทองที่ใช้บดแร่ทองคำได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นหินจัดสวน สวนแห่งนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่มีเหมืองทองสมัยใหม่ตั้งกระจายอยู่มากมาย และมีธุรกิจการขุดทองที่ฝังรากลึกอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่สมัยโบราณ กล่าวได้ว่าพวกอุปกรณ์ที่ใช้ในการขุดทองเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ามันได้หลอมรวมเข้ากับการใช้ชีวิตในท้องถิ่นอย่างแยกไม่ออก
Locationเมืองเคเซ็นนุมะ

เป็นงานศิลปหัตถกรรมแบบดั้งเดิมที่ถ่ายทอดเทคนิคการแปรรูปทองและงานช่างทองแบบที่คอนจิกิโด (อุโบสถสีทอง) มาจนถึงปัจจุบันนี้ เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากการที่ฟูจิวาระ โนะ ฮิเดฮิระได้เชิญช่างฝีมือจากเกียวโตเข้ามา แล้วให้ทำภาชนะที่วิจิตรตระการตาขึ้นมาจากการใช้ผงทองที่ผลิตมาได้อย่างไม่กลัวเปลือง
Locationตำบลฮิราอิซูมิ

เป็นของเล่นพื้นเมืองจากกระดาษอัดเบาที่อัดทองที่เลียนรูปลักษณ์จากวัวที่ขนกระสอบบรรจุทองที่ผลิตได้ที่เหมืองทองทามายามะ มันเป็นงานศิลปหัตถกรรมแบบดั้งเดิมที่ผลิตขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะและสืบทอดต่อกันมาในท้องถิ่น เป็นผลงานที่ชวนให้คิดถึงความรุ่งเรืองของเหมืองทองในอดีต
Locationเมืองริคุเซ็นทาคาตะ

เป็นบ้านพักอาศัยเก่าของตระกูลคาราคุวะที่ได้รับหน้าที่ให้เรียกเก็บผงทองและพัฒนาเหมืองทองอย่างเช่นเหมืองทองชิชิโอริ ฯลฯ ในสมัยเอโดะ เมื่อปี 1675 ตระกูลโคดาเตะซูซูกิได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการตกปลาโอจากคิชูคุมาโนะ จนขยับขยายมาเป็นการบริหารจัดการในครัวเรือนแบบรอบด้านตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นการกิจการประมงหรือผลิตเหล้า ฯลฯ ส่วนในสมัยเมจิก็มีการลงมือพัฒนาเหมืองทองโอยะอีกครั้ง จากบันทึกโบราณที่เกี่ยวข้องกับการขุดทองที่หลงเหลืออยู่ในตระกูลโคดาเตะซูซูกิ ทำให้ทราบว่ามีการขุดทองอย่างแข็งขันในภูมิภาคนี้ ที่นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ถ่ายทอดถึงสภาพที่เป็นอยู่ของบ้านเก่าที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับทะเล และการขุด “ทอง” ที่แทรกซึมอยู่ภายในพื้นที่นี้
* ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมนี้ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม
Locationเมืองเคเซ็นนุมะ

ในสมัยเอโดะ แม้ว่าการขุดทองในพื้นที่นี้จะฝังรากลึกเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงการใช้ชีวิต จนมีการทำกันอย่างแข็งขันในชีวิตประจำวันก็ตาม แต่ยิ่งเฟื่องฟูมากเท่าไร พอผ่านไปนานเข้าการผลิตทองให้ได้ในปริมาณที่คงที่ก็เป็นเรื่องยากจนเกิดเป็นภาระใหญ่หลวงของพื้นที่ ซึ่งที่เคเซ็นนุมะก็มีการตกปลาโอไปพร้อมกับขุดทองอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพัฒนาขึ้นมาเป็น “ท่าเรือรอลม” ที่มีเรือหลายลำแล่นไปตามลมที่พัด กล่าวกันว่าเคเซ็นนุมะเป็นเมืองท่าเรือที่บุกเบิกและค้ำจุนโดยคนสำรวจแร่ “ทัศนียภาพช่วงรอลมและท่าเรือเคเซ็นนุมะ” นั้นอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์การพัฒนาเมืองท่าเรือที่การขุดทองได้หลอมรวมเข้ากับภูมิประเทศและดินฟ้าอากาศ
Locationเมืองเคเซ็นนุมะ

การแสดงดนตรีไทโกะบายาชิที่แสดงถวายในเทศกาล “เทพภูเขา” ที่จัดฉลองให้การผลิตทองคำ มันได้ฝังรากลึกจนเป็นศิลปะการแสดงที่ภาวนาอธิษฐานถึงการตกปลาได้มาก การเดินเรือปลอดภัย พร้อมกับการพัฒนาเมืองท่าเรือเคเซ็นนุมะ เสียงกึกก้องของกล้องไทโกะที่ดูทรนงองอาจและมีความคึกคักเข้มแข็งนั้น เป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางการขุดทองเข้ากับวัฒนธรรมทางทะเล และทำให้รู้สึกได้ว่า “มันถูกสืบทอดในหมู่ผู้คนเรื่อยมาในฐานะสัญลักษณ์ของความมีชีวิตชีวาและความคึกคักคับคั่ง”
Locationเมืองเคเซ็นนุมะ

เพลงที่คนงานขุดแร่ร้องเวลาทำงานหนักในเหมืองทอง ได้กลายมาเป็นเพลงที่ชาวประมงร้องฉลองเวลาตกปลาได้มากที่สืบทอดต่อกันมาในหมู่ชาวประมง ถือเป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองที่เห็นได้ชัดว่าได้รับมาจากวัฒนธรรมเหมืองทอง ผสมผสานกับวัฒนธรรมทางทะเล และถูกหล่อเลี้ยงด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมระดับท้องถิ่น สิ่งนี้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะเด่นอันบอกเล่าถึง “สายสัมพันธ์ระหว่างทะเล หมู่บ้าน ภูเขา แม่น้ำที่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากดินแดนมิจิโนกุและ “ทองคำ” ที่ฝังรากลึกอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศและดินฟ้าอากาศที่มีชีวิตอยู่ร่วมกัน”
Locationเมืองเคเซ็นนุมะ

คิงคะซัง ถือเป็นสถานที่ศักดิสิทธิ์หนึ่งในสามของโทโอ (โทโอ ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ) ร่วมกับ ภูเขาฮะกุโระ, และภูเขาโอโซเระ
ในขณะที่ “มิจิโนะกุ โกลด์” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการค้า ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งทองคำของญี่ปุ่น คิงคะซังก็ได้กลายเป็นสถานที่ศักดิสิทธิ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับตำนานแห่งทองคำ และได้รับการพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะ “คิงคะซังโมเดะ”
และยังคงได้รับความศรัทธา ในฐานะ “เกาะแห่งการอธิษฐาน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าแห่งทองคำ” จวบจนกระทั่งปัจจุบัน
Locationเมืองอิชิโนะมากิ

เส้นทางแสวงบุญ จากอิชิโนะมากิ มุ่งหน้าไปยังคิงคะซัง ถูกเรียกว่า “เส้นทางคิงคะซัง”
เคยมีกฎห้ามไม่ให้สตรีเดินทางไปสักการะศาลเจ้าบนเกาะคิงคะซัง จนถึงช่วงต้นของสมัยเมจิ ทำให้บรรดาสตรีต้องสักการะศาลเจ้าจาก “เสาโทริอิต้นที่หนึ่ง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณยามะโดะริ
ปัจจุบัน กฎข้อห้ามไม่ให้สตรีเข้าถูกยกเลิกไปแล้ว และสามารถเดินทางจากท่าเรืออายุคาวะ ไปยังเกาะคิงคะซังได้ แต่บริเวณ “ยามะโดริ โนะ วาตาชิ” ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดเส้นทางคิงคะซัง ก็ยังคงหลงเหลือ “เสาโทริอิต้นที่หนึ่ง” กับท่าเทียบเรือในอดีต และเส้นทางสายเก่าอยู่ สื่อให้เห็นถึงทัศนียภาพในยุคนั้น
Locationเมืองอิชิโนะมากิ

ในปี ค.ศ. 1611 เซบาสเตียน บิสไคโน นักสำรวจชาวสเปนผู้ตามหา “เกาะทองและเงิน” ได้เดินเรือมาถึงอ่าวโอฟุนาโตะ และตั้งชื่อว่า “ซาน แอนเดรส” พร้อมบรรยายว่าเป็น “อ่าวที่ยิ่งใหญ่”
อ่าวโอฟุนาโตะเป็นท่าเรือธรรมชาติที่ดีมาตั้งแต่อดีต มีเรือหลากหลายสัญชาติสัญจรเข้าออก ที่นี่คือพื้นที่ที่ยังคงบรรยากาศของยุคการเดินเรือสำรวจโลก เมื่อบรรดานักเดินเรือมุ่งหน้าไปยัง “ดินแดนทองคำ จิปัง”
ทิวทัศน์ของอ่าว ผสานกับขุนเขาและทะเลที่หล่อเลี้ยงผู้คนแห่งมิจิโนกุ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสสายใยแห่ง “ทองคำ” ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
Locationเมืองโอฟุนาโตะ